
ผลวิจัยชี้ชัดว่าฝุ่นละเอียดใน กทม. มีโลหะหนักที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง ถ้ามีเพื่อนหรือครอบครัวที่เป็นห่วงสุขภาพในช่วงหน้าฝุ่น ส่งต่อให้อ่านแบบสบาย ๆ ก็ได้

ฝุ่น PM2.5 กทม. พบโลหะหนักก่อมะเร็ง ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
งานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชี้ว่า ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโลหะหนักอย่างสารหนู แคดเมียม และโครเมียมในระดับที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก สตรีตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ฝุ่นขนาดเล็กนี้สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้เซลล์อักเสบเรื้อรัง จนอาจกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
นักวิจัยระบุว่า แหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นใน กทม. กว่า 50% มาจากการจราจร ตามด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาไหม้จากพื้นที่รอบนอก แม้ไทยจะปรับมาตรฐานความปลอดภัยของ PM2.5 ลงจาก 50 เป็น 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2566 แต่การลดให้เท่าเกณฑ์องค์การอนามัยโลกที่ต่ำกว่า 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อาจช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ถึง 44%
ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้ภาครัฐปรับมาตรฐานความปลอดภัยให้เข้มขึ้น พร้อมจัดการแบบบูรณาการที่เน้นที่ต้นตอของปัญหา โดยเฉพาะการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการให้ทางเลือกที่เหมาะสมกับประชาชน เช่น เกษตรกรที่เคยพึ่งพาการเผา การสื่อสารข้อมูลคุณภาพอากาศล่วงหน้าและมาตรการป้องกัน เช่น การสวมหน้ากาก N95 จึงเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยง
ข้อเท็จจริง
- งานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโลหะหนักอย่างสารหนู แคดเมียม และโครเมียมในระดับที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด
- ฝุ่น PM2.5 กว่า 50% ในกรุงเทพฯ มาจากการจราจร ตามด้วยโรงงานและการเผาไหม้จากพื้นที่นอกเมือง
- การลดมาตรฐาน PM2.5 ให้เหลือต่ำกว่า 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรตามเกณฑ์ WHO อาจช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งในไทยได้ถึง 44%
- พญ.ภัทราวลัย สิรินารา ยืนยันว่า PM2.5 ส่งผลทั้งต่อสุขภาพเฉียบพลัน เช่น ระคายเคืองตา ไอแห้ง และเรื้อรัง เช่น หอบหืด มะเร็งปอด โรคหัวใจ
- รศ.ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล เสนอให้พัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ทางเลือกที่เหมาะสมกับประชาชนแทนการห้ามเผาเพียงอย่างเดียว
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





