
การหยุดชะงักของข้อตกลงสันติภาพส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

ราคาน้ำมันพุ่งหลังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านล้มเหลว ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2026 หลังความพยายามเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านล้มเหลว ความหวังที่ว่าความขัดแย้งจะยุติและเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเป็นปกติพังทลายลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อเสนอจากอิหร่านไม่สามารถยอมรับได้ ทำให้ตลาดวิตกกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 3.18 ดอลลาร์ หรือ 3.14% มาอยู่ที่ 104.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์ หรือ 3.24% มาอยู่ที่ 98.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่สุดเส้นหนึ่งของโลก ยังคงเต็มไปด้วยความเสี่ยง แม้บางเรือจะเริ่มเปิดการเดินเรืออีกครั้งแต่ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำที่ปิดระบบติดตามตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความตึงเครียดยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย และปัจจัยต่อไปที่ตลาดจับตาคือบทบาทของจีน หลังทรัมป์เตรียมเยือนปักกิ่ง โดยหวังว่าจีนอาจใช้อิทธิพลกดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง อามิน นาสเซอร์ ซีอีโอของซาอุดี อารัมโก ระบุว่า ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา โลกสูญเสียน้ำมันไปแล้วประมาณ 1 พันล้านบาร์เรล และแม้การขนส่งจะกลับมา แต่ตลาดก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว
ข้อเท็จจริง
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่ง 3.18 ดอลลาร์ หรือ 3.14% มาอยู่ที่ 104.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2026
- น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์ หรือ 3.24% มาอยู่ที่ 98.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อเสนอสันติภาพจากอิหร่านไม่สามารถยอมรับได้
- ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดเส้นหนึ่งของโลก
- เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำปิดระบบติดตามตำแหน่งขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี
- อามิน นาสเซอร์ ซีอีโอซาอุดี อารัมโก ระบุว่า โลกสูญเสียน้ำมันไปแล้ว 1 พันล้านบาร์เรลในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





