
ผลประกอบการที่ดีขึ้นของไทยออยล์ช่วยให้เพื่อนร่วมงานที่ติดตามหุ้นพลังงานเห็นภาพรวมร่วมกันมากขึ้น

กำไรไทยออยล์ Q1 แกร่งเกินคาด ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.5 พันล้านบาทในไตรมาสก่อน หนึ่งในปัจจัยหลักคือกำไรจากสต็อกน้ำมันที่สูงถึง 1.68 หมื่นล้านบาท ร่วมกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการซื้อคืนหุ้นกู้ แม้จะมีขาดทุนบางส่วนจากการป้องกันความเสี่ยง แต่ภาพรวมยังดีขึ้นอย่างชัดเจน
มอร์แกน สแตนลีย์ คงคำแนะนำ 'Overweight' พร้อมตั้งราคาเป้าหมายที่ 58 บาท โดยชี้ว่าไทยออยล์เริ่มกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบมากขึ้น หลังลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางจาก 91% เหลือเพียง 34-35% ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม และเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าจากเอเชียตะวันตก อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการกลั่น (GRM) จะชะลอตัวลงในไตรมาส 3/2569 เหลือ 1.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากการกลับสู่ภาวะปกติของ crack spread ขณะที่ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบในไตรมาส 2 อาจพุ่งแตะ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนค่อยๆ ลดลงในครึ่งปีหลัง ด้านฐานะการเงิน หนี้สุทธิของบริษัทลดลง 18% เหลือ 3.1 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลดีต่อการลงทุนระยะยาว
ข้อเท็จจริง
- มอร์แกน สแตนลีย์ คงคำแนะนำ 'Overweight' หุ้น TOP ที่ราคาเป้าหมาย 58 บาท
- กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ของไทยออยล์อยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท เพิ่มจาก 2.5 พันล้านบาทในไตรมาสก่อน
- สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางลดลงจาก 91% เหลือ 34-35% ในเมษายน-พฤษภาคม 2569
- KKP ให้ราคาเป้าหมายหุ้น TOP ที่ 57.10 บาท หลังกำไรไตรมาสแรกแข็งแกร่ง
- อัตรากำไรขั้นต้นจากการกลั่น (GRM) คาดว่าจะอยู่ที่ 13.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/2569 ก่อนลดลงเหลือ 1.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 3
- หนี้สุทธิของไทยออยล์ลดลง 18% เหลือ 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





