
การรบกวนสัญญาณเรือในอ่าวเปอร์เซียครั้งนี้อาจส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันโลก ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

เรือ 120 ลำหายไปบนบก ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
ข้อมูลการติดตามเรือจากระบบ AIS แสดงความผิดปกติครั้งใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย หลังอิหร่านโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยเรือพาณิชย์ประมาณ 120 ลำปรากฏตำแหน่งบนบกใกล้กรุงอาบูดาบี และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกือบ 50 นอตโดยไม่เปลี่ยนตำแหน่ง ขณะที่อีก 12 ลำใกล้ชายแดนโอมาน-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แสดงความเร็วเกิน 100 นอต ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ผู้เชี่ยวชาญจาก Starboard Maritime Intelligence ชี้ว่าความผิดปกตินี้เกิดจากการรบกวนสัญญาณระบบระบุตำแหน่ง (Signal Jamming) ซึ่งอาจเป็นการตอบโต้ทางอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศในภูมิภาคเพื่อลดความแม่นยำของขีปนาวุธและโดรน หรือเพื่อปกปิดการเคลื่อนไหวของเรือเป้าหมาย แม้ระดับการรบกวนยังไม่รุนแรงเท่าช่วงต้นสงคราม แต่การกลับมาของเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าความตึงเครียดกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ความผิดปกติดังกล่าวส่งผลต่อการติดตามเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก โดยในวันจันทร์หลังเหตุการณ์ มีเพียงเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่สามารถผ่านช่องแคบได้ หนึ่งในนั้นคือ Agios Fanourios I ซึ่งเป็นเรือ VLCC ที่บรรทุกน้ำมันดิบจากอิรักไปเวียดนาม การหยุดนิ่งของการเดินเรือครั้งนี้อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของพลังงานทั่วโลก
ข้อเท็จจริง
- เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 อิหร่านโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย
- พบเรือประมาณ 120 ลำปรากฏตำแหน่งบนบกใกล้อาบูดาบี และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกือบ 50 นอตโดยไม่เปลี่ยนตำแหน่ง
- อีก 12 ลำใกล้ชายแดนโอมาน-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แสดงความเร็วเกิน 100 นอต ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าความผิดปกติเกิดจากรบกวนสัญญาณระบบระบุตำแหน่ง (Signal Jamming)
- ในวันจันทร์หลังเหตุการณ์ มีเพียงเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
- หนึ่งในเรือที่ผ่านคือ Agios Fanourios I ซึ่งเป็นเรือ VLCC บรรทุกน้ำมันจากอิรักไปเวียดนาม
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





