
การตั้งฐานบนดวงจันทร์ด้วยพลังงานนิวเคลียร์อาจเปิดทางสู่การเดินทางไปดาวอังคารได้เร็วกว่าที่คิด เหมาะสำหรับเพื่อนที่ติดตามยานอวกาศยุคใหม่

เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์สู่ดวงจันทร์ ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
NASA กำลังพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังต่ำถึงปานกลาง หรือ Mid-power space reactor เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการตั้งฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ โดยความร่วมมือกับบริษัทเอกชนและ Department of War (DOW) เตาปฏิกรณ์นี้ออกแบบให้ผลิตไฟฟ้าขั้นต่ำ 20 กิโลวัตต์ และต้องทำงานได้อย่างเสถียร至少 3 ปีในวงโคจร และ 5 ปีบนพื้นผิวดวงจันทร์ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวในการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการตั้งรกรากมนุษย์บนดวงจันทร์ และเป็นก้าวสำคัญสู่ภารกิจเดินทางไปดาวอังคารในอนาคต
นอกจากนี้ NASA ยังพัฒนายานอวกาศ Space Reactor-1 Freedom ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายทดสอบระบบขับเคลื่อนในสภาพแวดล้อมจริงก่อนใช้งานกับภารกิจที่มีนักบินอวกาศร่วมด้วย ยานลำนี้จะถูกส่งไปยังดาวอังคารเพื่อสำรวจพื้นผิวผ่านโดรนเฮลิคอปเตอร์ Skyfall จำนวน 3 ลำ เพื่อเก็บข้อมูลทรัพยากรและธรณีวิทยาสำหรับการลงจอดในอนาคต
แม้สหรัฐฯ จะเดินหน้าโครงการนี้อย่างจริงจัง แต่ประเทศอื่น ๆ เช่น รัสเซีย จีน และสหภาพยุโรปก็มีแผนพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในอวกาศเช่นกัน ทั้งเตาปฏิกรณ์โลหะเหลวและแบตเตอรี่นิวเคลียร์ ทำให้การแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศในยุคนี้เข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน
ข้อเท็จจริง
- NASA วางแผนพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อผลิตไฟฟ้า 20 กิโลวัตต์ ใช้ตั้งฐานบนดวงจันทร์
- เตาปฏิกรณ์ต้องทำงานเสถียร 3 ปีในวงโคจร และ 5 ปีบนพื้นผิวดวงจันทร์
- ยาน Space Reactor-1 Freedom จะใช้พลังงานนิวเคลียร์ขับเคลื่อนเต็มรูปแบบ เตรียมทดสอบในปี 2030
- โดรนเฮลิคอปเตอร์ Skyfall 3 ลำจะสำรวจพื้นผิวดาวอังคารเพื่อหาจุดลงจอด
- รัสเซีย จีน และสหภาพยุโรปมีแผนพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในอวกาศเช่นกัน
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





