ภาพจำลองกาแล็กซีจำนวนมหาศาลในพื้นหลังอวกาศลึก พร้อมกราฟิกแสดงเส้นทางวิวัฒนาการตามข้อมูลวิจัยจาก NARIT
ภาพจำลองกาแล็กซีจำนวนมหาศาลในพื้นหลังอวกาศลึก พร้อมกราฟิกแสดงเส้นทางวิวัฒนาการตามข้อมูลวิจัยจาก NARIT

การค้นพบนี้ช่วยให้เพื่อนที่สนใจจักรวาลเห็นภาพใหม่ของวิวัฒนาการกาแล็กซี

นักดาราศาสตร์ไทยไขปริศนา 1.1 ล้านกาแล็กซี ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

นักวิจัยจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) นำโดย ดร. สุทธิกุล กุลค้อ ได้เปิดเผยผลการศึกษาวิวัฒนาการของกาแล็กซีกว่า 1.1 ล้านแห่ง ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลา 13.8 พันล้านปีของเอกภพ งานวิจัยชี้ว่าแบบจำลองการกำเนิดดาวฤกษ์และกาแล็กซีในปัจจุบันอาจต้องได้รับการปรับปรุงใหม่ เนื่องจากพบความคลาดเคลื่อนในข้อมูลเมื่อย้อนไปถึงช่วงที่เอกภพมีอายุ 8,000 ล้านถึง 10,000 ล้านปี

ทีมวิจัยใช้ข้อมูลจากโครงการ The Physics of the Accelerating Universe Survey (PAUS) ผ่านกล้องโทรทรรศน์ William Herschel Telescope ในสเปน โดยใช้เทคนิค Photometric Redshift เพื่อวัดระยะทางอย่างแม่นยำ และวิเคราะห์ผ่าน Luminosity Function เพื่อศึกษาจำนวนกาแล็กซีในแต่ละระดับความสว่าง ผลพบว่ามีกาแล็กซีแสงจางจำนวนมากเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่ากระบวนการควบคุมการเกิดดาวจากหลุมดำกลางกาแล็กซีและการระเบิดซูเปอร์โนวาอาจไม่รุนแรงเท่าที่คิด

อีกทั้ง ดร. ณิชา ลีโทชวลิต จาก NARIT ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (JWST) ศึกษายุคแรกของเอกภพ และพบกาแล็กซีสว่างจำนวนมากที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีปัจจุบัน การค้นพบทั้งสองชุดจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่เรียกร้องให้มีการทบทวนทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับวิวัฒนาการของโครงสร้างในจักรวาล

ข้อเท็จจริง

  • ดร. สุทธิกุล กุลค้อ จาก NARIT วิเคราะห์กาแล็กซี 1.1 ล้านแห่งด้วยข้อมูล PAUS และเทคนิค Photometric Redshift
  • งานวิจัยตีพิมพ์ใน Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2569
  • พบความคลาดเคลื่อนในแบบจำลองการเกิดดาวเมื่อเอกภพมีอายุ 8,000–10,000 ล้านปี
  • มีกาแล็กซีแสงจางมากกว่าที่ทฤษฎีคาด บ่งชี้ว่าการควบคุมการเกิดดาวอาจไม่รุนแรงเท่าที่คิด
  • ดร. ณิชา ลีโทชวลิต พบกาแล็กซีสว่างจำนวนมากในยุคแรกจากข้อมูลเจมส์เว็บบ์
  • การค้นพบทั้งสองชี้ว่าอาจต้องปรับปรุงทฤษฎีวิวัฒนาการโครงสร้างจักรวาล

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ