
ความเคลื่อนไหวรอบช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนความเปราะบางของเสถียรภาพโลก ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามความมั่นคงพลังงานเห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

ทรัมป์-อิหร่านปะทะเดือด ฮอร์มุซเส้นด้ายพันธนาการ ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์นี้ ไม่ใช่อิหร่าน พร้อมระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านไปเกือบหมดแล้ว ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยแผนจำกัดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือพาณิชย์ที่ผ่าน โดยยกเว้นเรือที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ 'Freedom Project' ของสหรัฐฯ การปะทะกันทางวาทกรรมนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปิดล้อมของสหรัฐฯ ที่สกัดเรือได้ 78 ลำนับตั้งแต่กลางเมษายน 2026
ในขณะเดียวกัน อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงอีก 45 วัน ภายใต้การเจรจาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แม้จะมีข้อตกลง แต่การโจมตีทางทหารยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยอิสราเอลโจมตีเป้าหมายฮิซบอลเลาะห์กว่า 100 แห่ง และการโจมตีล่าสุดในเลบานอนตอนใต้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย รวมเด็ก 2 คน ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ประณามการเจรจาที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลางว่าเป็นทางตัน
ความเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้แก่ เหตุโดรนโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากะห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไม่ทำให้เกิดการรั่วไหลของรังสี แต่เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค ด้านอิหร่านเตรียมเปิดตลาดหุ้นอีกครั้งหลังปิดไปตั้งแต่เริ่มสงคราม และทีมชาติอิหร่านยังเดินหน้าเตรียมทีมสำหรับฟุตบอลโลก 2026 แม้สถานการณ์ภายในประเทศจะตึงเครียด
ข้อเท็จจริง
- ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่อิหร่าน
- อิหร่านเตรียมแผนจำกัดเส้นทางเดินเรือและเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือพาณิชย์
- อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 45 วัน แต่ยังมีการโจมตีต่อเนื่อง
- การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย รวมเด็ก 2 คน
- เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford กลับถึงสหรัฐฯ หลังปฏิบัติการ 326 วัน
- โดรนโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Barakah ใน UAE แต่ไม่มีการรั่วไหลของรังสี
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





