ปอร์เช่ ศิวกร ในชุดหนังสีดำ ยืนในท่าทางมั่นใจ พร้อมรอยยิ้ม ฉากหลังเป็นสตูดิโอสัมภาษณ์ที่มีแสงสีน้ำเงินสลัว
ปอร์เช่ ศิวกร ในชุดหนังสีดำ ยืนในท่าทางมั่นใจ พร้อมรอยยิ้ม ฉากหลังเป็นสตูดิโอสัมภาษณ์ที่มีแสงสีน้ำเงินสลัว

การเติบโตของปอร์เช่ในฐานะนักแสดงแอ็กชัน ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามเส้นทางศิลปินคนนี้เห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

ปอร์เช่ ศิวกร กับบทนักฆ่าที่ท้าทายที่สุด ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

ปอร์เช่ ศิวกร ศิลปินและนักแสดงหนุ่มชาวไทย ได้ก้าวสู่บทบาทท้าทายที่สุดในชีวิตกับการรับบท 'เอ็ม' นักฆ่าหนุ่มในหนังแอ็กชันเรื่องแรก 'เลือดรัก นักฆ่า' ที่ฉายทาง Netflix หลังเคยผ่านงานเพลงและแสดงมาหลายปี ปอร์เช่เผยว่าการรับบทนี้ต้องใช้ทั้งความยืดหยุ่นทางร่างกายและจิตใจ เพราะต้องฝึกมวยหย่งชุน ปั้นหุ่นด้วย HIIT ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน และต้องเข้าใจมุมมองของตัวละครที่ถูกเลี้ยงมาเพื่อต่อสู้ทุกสถานการณ์

เขายอมรับว่าบทนี้ต่างจากทุกบทที่เคยเล่น เพราะต้องสลับจากการเป็นตัวเองในเวทีเพลง มาเป็นตัวละครที่ต้องคิดและเคลื่อนไหวต่างกันทุกจังหวะ แม้จะไม่เคยรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครโดยตรง แต่เขาก็สร้างเบื้องหลังให้แน่นเพื่อเข้าใจแรงจูงใจทุกอย่าง รวมถึงการต้องทำงานร่วมกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ธนภพ ลีรัตนขจร และ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ซึ่งทำให้เขารู้สึกกดดันอย่างมาก

ปอร์เช่ย้ำว่าเป้าหมายของเขาไม่ใช่การชนะใคร แต่คือการไม่ให้ตัวเองในอนาคตเสียดายกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ เขาจึงทุ่มทุกอย่างเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด ทั้งในบทเพลงและบทการแสดง ซึ่งเขามองว่าทั้งสองด้านคือศิลปะที่ต่างกัน แต่ต่างก็ต้องการความจริงใจ

ข้อเท็จจริง

  • ปอร์เช่ ศิวกร รับบท 'เอ็ม' นักฆ่าหนุ่มในหนังแอ็กชันเรื่องแรก 'เลือดรัก นักฆ่า' ที่ฉายบน Netflix
  • เขาใช้เวลา 1 เดือนในการปั้นหุ่นด้วยการฝึก HIIT และเรียนมวยหย่งชุนเพื่อเตรียมตัวสำหรับบทนี้
  • ปอร์เช่เผยว่ารู้สึกกดดันสูงเมื่อต้องแสดงร่วมกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ธนภพ ลีรัตนขจร และ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์
  • เขาเน้นว่าเป้าหมายในการทำงานคือการไม่ให้ตัวเองในอนาคตเสียดายกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ
  • ปอร์เช่ระบุว่าการแสดงต่างจากงานเพลง เพราะต้องสร้างตัวละครที่ไม่ใช่ตัวเอง ทั้งการหายใจ การกระพริบตา และจังหวะการพูด

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ