ภาพประกอบแสดงการเปรียบเทียบความเร็วการเปิดแอปใน Windows 11 ก่อนและหลังการปรับปรุงด้วย Project K2
ภาพประกอบแสดงการเปรียบเทียบความเร็วการเปิดแอปใน Windows 11 ก่อนและหลังการปรับปรุงด้วย Project K2

การปรับโครงสร้างพื้นฐานของ Windows 11 ครั้งนี้ ช่วยให้เพื่อนที่ใช้เครื่องสเปกกลางเห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

Windows 11 เร็วขึ้น 25% จาก Project K2 ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

Microsoft กำลังพัฒนา Project K2 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของ Windows 11 ผ่านการปรับโครงสร้างพื้นฐานของระบบ โดยเฉพาะการผลักดันให้ใช้ WinUI 3 ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์ก UI รุ่นใหม่ แบบ Native มากขึ้น หลังจากผู้ใช้หลายรายวิจารณ์ว่า Windows 11 มีความล่าช้าและใช้ทรัพยากรสูงเกินจำเป็นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ในการทดสอบเบื้องต้น Microsoft ใช้แอปพื้นฐานอย่าง File Explorer และ Notepad เป็นตัววัดผล พบว่าหลังปรับใช้ WinUI 3 แบบ Native สามารถลดการจองหน่วยความจำได้ 41% ลดการสร้างข้อมูลชั่วคราวลง 63% ลดจำนวน function calls ได้ 45% และลดเวลาที่ใช้กับโค้ด WinUI ระหว่างเปิดแอปลงได้ 25% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าระบบกำลังถูกปรับให้ทำงานได้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของ Microsoft ที่ต้องการให้ Windows 11 เป็นระบบแบบ '100% Native' ลดการพึ่งพาเลเยอร์เก่าที่ทำให้ระบบหนัก พร้อมทั้งพัฒนาฟีเจอร์เสริมเช่น Low Latency Profile (LLP) และเตรียมรองรับฟีเจอร์ประสิทธิภาพจาก AMD อย่าง CPPC 'highest frequency' อย่างไรก็ตาม Project K2 ยังอยู่ในช่วงพัฒนา และอาจเปิดให้นักพัฒนาใช้งานแบบ opt-in ก่อน เนื่องจากอาจเกิด breaking changes กับแอปบางตัว

ข้อเท็จจริง

  • Microsoft ทดสอบ Project K2 บน Windows 11 พบว่าเปิดแอปเร็วขึ้น 25%
  • การใช้หน่วยความจำลดลง 41% หลังปรับใช้ WinUI 3 แบบ Native
  • ลดการสร้างข้อมูลชั่วคราวได้ 63% และลด function calls 45%
  • Microsoft ตั้งเป้าให้ Windows 11 เป็นระบบแบบ '100% Native'
  • Project K2 ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ยังไม่ประกาศวันปล่อยใช้งานทั่วไป

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ