
การเปิดตัวโมเดลใหม่ทั้งสองช่วยให้เพื่อนที่ติดตามพัฒนาการ AI เห็นภาพรวมของเทคโนโลยีได้ชัดเจนขึ้นครับ

กูเกิลเปิดตัว Gemini ใหม่ 2 รุ่น ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
กูเกิลเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่สองรุ่นในตระกูล Gemini เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 โดยเน้นการใช้งานในสองด้านหลัก ได้แก่ AI Agent และการสร้างวิดีโอแบบมัลติมอดอล เจเนอเรชันใหม่นี้สะท้อนกลยุทธ์ของกูเกิลในการยึดตำแหน่งผู้นำในตลาด AI ที่แข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ Gemini 3.5 Flash เป็นโมเดลขนาดเล็กที่สุดและคล่องตัวที่สุดในซีรีส์ ออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการความเร็วสูงควบคู่กับประสิทธิภาพ เช่น การทำงานร่วมกับ Antigravity ซึ่งเป็น Agentic Coding Editor ของกูเกิล โมเดลนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Gemini 3.1 Pro ในการทดสอบหลายชุด และทำงานเร็วกว่าโมเดลระดับ Frontier รายอื่นถึง 4 เท่า นอกจากนี้ยังถูกตั้งเป็นโมเดลเริ่มต้นในแอป Gemini และ AI Mode ในการค้นหาของกูเกิลทั่วโลก อีกโมเดลหนึ่งคือ Gemini Omni ที่เน้นการสร้างและแก้ไขวิดีโอจาก input หลากหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ เสียง ภาพ และวิดีโอ ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอที่มีความสมจริงสูง รวมถึงปรับแต่งสไตล์ เช่น ทำให้ดูเหมือนภาพวาดยุคเรอเนสซองส์ หรือการ์ตูน โดยโมเดลคำนึงถึงฟิสิกส์และความสมเหตุสมผลของคำสั่ง โมเดลแรกในตระกูลนี้คือ Omni Flash ที่เปิดให้ใช้งานแล้วในแอป Gemini, Google Flow และ YouTube Shorts กูเกิลยังระบุว่าได้ใส่ลายน้ำ SynthID ที่มองไม่เห็นในวิดีโอที่สร้างโดย Omni เพื่อระบุว่าเป็นคอนเทนต์ที่สร้างจาก AI
ข้อเท็จจริง
- กูเกิลเปิดตัว Gemini 3.5 Flash และ Gemini Omni เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026
- Gemini 3.5 Flash เร็วกว่าโมเดลระดับ Frontier รายอื่นถึง 4 เท่า และถูกตั้งเป็นโมเดลเริ่มต้นในแอป Gemini ทั่วโลก
- Gemini Omni รองรับการสร้างวิดีโอจาก input หลายรูปแบบ เช่น ข้อความ เสียง ภาพ และวิดีโอ
- Omni Flash เปิดให้ใช้งานแล้วในแอป Gemini, Google Flow และ YouTube Shorts
- กูเกิลใช้ลายน้ำ SynthID ที่มองไม่เห็นในวิดีโอที่สร้างโดย Omni เพื่อระบุว่าเป็นคอนเทนต์จาก AI
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





